การแต่งงานเป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ความฝันของผู้หญิงทุกคน!! 7 เหตุผลของสาว... ที่ไม่อยากเป็นเจ้าสาว

อ่าน 4,663

หนึ่งในความใฝ่ฝันของผู้หญิงส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นเรื่องการแต่งงาน งานที่จะสวยที่สุดในชีวิต สวยกว่าทุกคนที่เข้าร่วมงาน หรูหราอลังการดุจเจ้าหญิงที่พร้อมจะเคียงคู่เจ้าชายเข้าสู่ชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบพร้อมกัน ท่ามกลางความยินดีและความอิจฉาของผู้คนในงาน แต่เดี๋ยวก่อน ! ชุดเจ้าสาวเป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงส่วนใหญ่ นั่นก็แปลว่า ไม่ใช่ความฝันของผู้หญิงทุกคน ในโลกนี้ยังมีผู้หญิงบางกลุ่มที่ไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะจัดงานอลังการขนาดนั้น (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกหล่อนจะไม่ยินยอมพร้อมใจใช้ชีวิตคู่กับชายหนุ่มสุดที่รัก) พวกหล่อนมีเหตุผลดี ๆ ที่อยากจะบอกให้คุณได้รู้ไว้

1. มันเป็นภาระที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

ขึ้นชื่อว่าเป็น พิธีการ อะไรก็ต้องใหญ่โตและเป็นทางการไปเสียหมด และแม้ว่าจะลดระดับลงมาให้มีความกันเองมากขึ้น แต่ด้วยจำนวนแขกเข้าร่วมงานทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว อย่างไรเสียก็ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้หลายอย่างแน่นอน ในเพียงไม่กี่วันที่ต้องเสียเงินไปตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสน สู้เอาค่าใช้จ่ายพวกนี้มาเป็นต้นทุนในการก่อร่างสร้างครอบครัวยังจะดีกว่า

2.  ถ้าสมมติว่าวางแผนไว้เป็นดิบดี

แต่วันจริงดันมาป่วย ทุกอย่างมันไม่สวยแน่ ผู้หญิงหลายคนปรารถนาจะเป็นเจ้าสาวก็เพราะว่าเป็นวันที่สวยที่สุดในงานและในชีวิต แต่มันคงไม่โอเคแน่หากว่าคุณเกิดอุบัติเหตุหรือป่วยกะทันหันในวันงานแล้วต้องฝืนให้พิธีผ่านพ้นไปด้วยดี หากเลื่อนนัดไปอีกก็เสียเวลาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานไปอีก เพราะบางคนก็ไม่รู้ว่าจะมีเวลาว่างมางานอีกเมื่อไหร่ ทุกอย่างมันดูวุ่นวายเหมือนโดมิโนที่ล้มต่อกันเป็นทอด ๆ

 

3. ทำตัวไม่ถูก

ทำตัวไม่ถูกที่จู่ ๆ ก็จะต้องทำทุกอย่างให้เป็นทางการ ผู้หญิงบางคนถือว่าการคบกันเป็นเรื่องของคนสองคน และการที่มีคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทกันไม่กี่คนรับรู้โดยตลอดมันก็เป็นเรื่องที่ลงตัวดีแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องมาป่าวประกาศให้รู้กันอย่างกว้างขวางและเป็นทางการอะไรมากมาย

 

4. ผู้หญิงบางคนที่แต่งงานมาแล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันจำเป็นต่อชีวิตอีกต่อไป

สำหรับผู้หญิงบางคนที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว เธอก็เป็นอีกคนที่เห็นว่าไม่จำเป็นจะต้องแต่งอะไรอีก เธอผ่านความหวือหวาใหญ่โตมามากพอที่จะตัดสินได้ว่าพิธีไม่ได้สำคัญเท่าการใช้ชีวิตร่วมกันไปเรื่อย ๆ นักหรอก

 

5. ความเจ็บป่วยและปัญหาสุขภาพ

แม้จะมีช่างตัดเสื้อและช่างแต่งหน้าทำผมเป็นทีมมืออาชีพ แต่ว่าที่เจ้าสาวหลายคนก็มักจะเข้าคอร์สบำรุงผิว ลดน้ำหนักด้วยเพื่อให้ในวันจริงเป็นคนที่สวยเพอร์เฟคที่สุดในงาน แล้วสำหรับคนที่มีปัญหาทางสุขภาพจริง ๆ ล่ะ พวกเธอจะทำอย่างไรไหว ? ตัดปัญหาโดยไม่ต้องจัดงานแต่งเสียเลยนั่นแหละ ง่ายดี จะได้ไม่ดึงใครมาวุ่นวายกับชีวิตให้มากนัก

 

6. เห็นข้อผิดพลาดจากงานของคนอื่นมาแล้ว

ก่อนจะถึงตาตัวเองที่ได้เป็นเจ้าสาว หลายคนคงเคยได้รับเชิญให้ไปงานแต่งงานของคนรอบตัวมาบ้าง เคยเห็นบรรยากาศจริงบ้าง เคยได้ยินประสบการณ์ของคนอื่นมาบ้าง มันช่างเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นความวุ่นวายของคนอื่นจนไม่อยากวุ่นวายตาม แล้วในที่สุดก็ไม่จัดงานแต่งงานเสียดีกว่า เพื่อเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมไม่ให้เผชิญกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ยากแก่การควบคุมได้ แม้จะมีออร์กาไนซ์อย่างดีก็เถอะ

 

7. การแต่งงานไม่ได้การันตีว่าจะหยุดใครไว้กับเราได้ตลอดไป

เพราะการแต่งงานมันก็แค่พิธี ๆ หนึ่งที่เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่าคุณและพ่อยอดชายกำลังสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะการันตีได้ว่าชีวิตคู่คุณจะราบรื่นสวยงามเหมือนกับในงานแต่ง ทุกคนที่มาร่วมงานไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับคนสองคน ชีวิตของคนอื่นไม่มีผลต่อชีวิตคู่ คู่ที่แต่งงานหลายคู่สุดท้ายลงเอยด้วยการหย่าร้างกันก็มีถมไป คู่ที่ไม่ได้แต่งงานแต่อยู่ด้วยกันไปจนตายจากกันไปข้างก็มีไม่น้อยไปกว่ากัน ถ้าตกลงจะอยู่กับใครแล้วก็อยู่ไปเลย ไม่จำเป็นต้องจัดงานใหญ่โตให้ใครมารับรู้ให้มากหรอก

 

นี่เป็นเพียงเหตุผลอีกด้านสำหรับคนที่พึงพอใจจะใช้ชีวิตคู่โดยไม่แต่งงานกันเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่างานแต่งงานจะไม่ดีเสมอไป ขึ้นอยู่กับการตกลงใจของคุณและคู่ของคุณ ความพึงพอใจ และเงินในกระเป๋าด้วย อย่างไรก็ดี มันคงไม่ใช่เรื่องที่โอเคสักเท่าไหร่หากต้องกู้หนี้ยืมสินเพียงเพื่อจะจัดงานในไม่กี่วัน มาโฟกัสที่ความหมายของชีวิตคู่กันดีกว่าว่าคุณมองเห็นอะไรร่วมกันบ้าง : )



บทความแนะนำ