ชื่นชม! แท็กซี่ เห็นชายเร่ร่อนนอนหายใจรวยริน อาสาพาไปส่งรพ.

อ่าน 4,478

ชายเร่ร่อน นอนหายใจรวยรินอยู่ริมถนนตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ตำรวจประสานไร้หน่วยงานอื่นมารับตัว แท็กซี่อาสาพาไปส่ง สวมชุด PPE ขึ้นท้ายรถไปส่งโรงพยาบาล เผยเหตุต้องทำเพราะไม่อยากเห็นใครตายข้างถนนอีก

วันที่ 22 กรกฎาคม 2564 ข่าวช่อง 3 รายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ตรวจสอบเหตุชายอายุ 35-40 ปี นอนหายใจรวยริน ทำได้เพียงกะพริบตา ไม่สามารถพูดจาสื่อสารได้ สวมใส่หน้ากากอนามัย ไม่สวมรองเท้า ข้างกายพบกล่องข้าวและขวดน้ำเปล่า นอนอยู่บริเวณหน้าร้านข้าวต้มเจ๊เล็ก-เจ๊หมวย ปากซอยประชาสงเคราะห์​ 39 พยายามประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมารับไปส่งโรงพยาบาล แต่ไม่มีหน่วยงานใดมารับในช่วงเวลาดังกล่าวได้

กระทั่งเวลา 21.21 น. มีชายขับแท็กซี่ชื่อ นายก้าวหน้า ขำภักดิ์ อายุ 34 ปี หรือเก้า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ขับรถมาพบ จึงอาสารับตัวชายคนดังกล่าวไปส่ง โดยสวมชุด PPE และทำการปิดกั้นช่องระหว่างส่วนคนขับและผู้โดยสารด้านหลัง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ ก่อนนำผ้าพลาสติกมาห่อตัวชายคนดังกล่าว ขึ้นส่วนที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง โดยมีตำรวจได้ขี่รถนำรถแท็กซี่ลำเลียงผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลตำรวจ ถึงมือของทีมแพทย์ทำการรักษาทันที

นายก้าวหน้า เผยว่าขณะนั้นกำลังขับรถแท็กซี่จากแยกห้วยขวางมุ่งหน้าประชาอุทิศ ได้ยินวิทยุของมูลนิธิร่วมกตัญญู ขออาสาสมัครตรวจสอบผู้ป่วยยังจุดเกิดเหตุ ตนจึงรีบเดินทางไปพบผู้ป่วยนอนหายใจเหนื่อยหอบ ไม่สามารถพูดจาตอบคำถามได้ ทราบจากชาวบ้านใกล้เคียงว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนเร่ร่อน มาขอข้าวกิน 3 วัน 3 คืนแล้ว อาศัยนอนที่ลานจอดรถภายในซอยประชาสงเคราะห์ 41 กระทั่งเมื่อช่วงเช้ามีคนนำร่างของชายคนดังกล่าวมายังบริเวณจุดเกิดเหตุตั้งแต่เช้า และนอนอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวัน

ขณะที่กำลังหาทางช่วยเหลือนั้น หน่วยกู้ชีพเอราวัณได้เข้ามาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุทำการประสานโรงพยาบาลปลายทางแต่ไม่สามารถรับรักษาผู้ป่วยได้ ตนจึงอาสานำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหนังสือส่งตัวจาก สน.ห้วยขวาง ประกอบเป็นหลักฐาน โดยทางเจ้าหน้าที่เอราวัณได้ช่วยเหลือเรื่องมาตรการป้องกัน ชุด PPE ถุงเท้าคลุม สวมแมสก์ 2 ชั้นและเฟซชิลด์ เอี๊ยมสีฟ้าคลุมอีกชั้นหนึ่ง พร้อมปิดกั้นบริเวณช่องระหว่างผู้โดยสารและคนขับ ขณะนั้นผู้ป่วยยังคงมีชีพจรและลืมตาได้ ส่วนจะติดโควิด-19 หรือไม่ยังไม่ทราบ แต่ถึงอย่างไรก็ตามจะต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด

หลังจากการนำส่งตัวผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว ตนได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในรถอย่างดี ส่วนสาเหตุที่ช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้ เพราะตนเองไม่อยากเห็นสภาพคนตายอยู่ริมถนนอีกแล้ว เมื่อประสบเหตุจึงพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลทันที



บทความแนะนำ