รังสี UV กับความจริงใต้ผิวที่สาวๆ อาจยังไม่รู้!

แสงแดดมีทั้งประโยชน์และโทษ ในแง่ดีคือ การรับแดดอ่อนๆ จะทำให้ได้รับวิตามิน D ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากโดนแดดมากไป รังสียูวีก็จะทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอย และอาจรุนแรงถึงขั้นมะเร็งผิวหนังได้เลยทีเดียวค่ะ 

 

ทำความรู้จักรังสียูวีกันก่อน 

 

    นอกจากความสว่างแล้ว แสงแดดยังประกอบไปด้วยรังสี UV ถึง 3 ชนิดที่ทำร้ายผิวของเราได้ในระดับต่างๆ กันคือ UVA1, UVA2 และ UVB รังสี UV ตามลำดับ นั่นหมายความว่ารังสี UVA1 นั้นทำร้ายผิวได้มากที่สุด คือ ทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดจุดด่างดำและริ้วรอยก่อนวัย รวมยังถึงเปลี่ยนโครงสร้าง DNA ของผิว เป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งผิวหนังหรือ แมลิกแนนท์ เมลาโนมา (Malignant Melanoma) 

 

กันแดดแบบไหนรับมือ UVA1 ได้

 

     หลายคนมักทาครีมกันแดดเฉพาะช่วงที่ต้องออกแดดแรงๆ เท่านั้น แต่ความจริงที่น่าตกใจก็คือ ต่อให้เป็นแดดอ่อนช่วงเช้า หรือแดดแรงช่วงเที่ยงวัน ก็มีปริมาณรังสี UVA1 ไม่ต่างกันค่ะ ดังนั้นสาวๆ จึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำแม้จะอยู่ในที่ร่ม โดยเลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติดังนี้ค่ะ

     1. มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป เพื่อป้องกัน UVB และทาซ้ำระหว่างวันหากต้องอยู่ในที่กลางแจ้ง ปริมาณที่แพทย์ผิวหนังแนะนำคือ ประมาณ 2 ข้อนิ้วชี้ จึงควรเลือกชนิดที่บางเบา เหมาะสมกับสภาพผิว เพื่อสัมผัสเบาสบายหน้าเข้าไว้

     2. มีค่า PA เพื่อป้องกัน UVA โดยปกติแล้ว PA+ จะมีค่า PPD อยู่ที่ 2-4, PA++ จะมีค่า PPD อยู่ที่ 4-8 และ PA+++ จะมีค่า PPD อยู่ที่ 8-16 แต่ปัจจุบันมีค่า PA++++ ซึ่งจะให้ค่า PPD มากกว่า16 จึงสามารถป้องกันรังสี Long-UVA ได้ ซึ่งเป็นรังสี UVA ที่ทำร้ายผิวได้ลึกที่สุดค่ะ 

     3. เพื่อป้องกัน UVA1 นอกจากค่า PA บนขวด จะต้องดูส่วนผสมด้านหลังขวด ให้มีสาร Avobenzone และ Zinc Oxide ควบคู่กันด้วย เพื่อการปกป้องผิวที่มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

 

     รู้แบบนี้แล้วต้องใส่ใจปกป้องผิวจากแสงแดดก่อนสายเกินไปนะคะ หากเลือกครีมกันแดดที่ปกป้องผิวได้ครบ และหมั่นทาเป็นประจำสม่ำเสมอล่ะก็ ถึงแดดเมืองไทยจะแรงแค่ไหน ผิวเราก็ยังสวยใสไม่ต้องกลัวเสียแน่นอนค่ะ 



บทความแนะนำ


ใบหน้าความสวยความงามฮวงจุ้ยโปรโมชั่นโออิชิกรุ๊ปผู้หญิงหิ้งพระในบ้านการวางหิ้งพระทรงผมทรงผมสั้นทรงผมประบ่าทรงผมถักเปียดูดวงดวงความรัก