10 ที่เที่ยวปีนังสุดฮิต ไปปีนังเมื่อไรต้องไปเช็กอิน

   เที่ยวปีนัง กับ 10 สถานที่เที่ยวปีนังห้ามพลาด ใครอยากสัมผัสบรรยากาศชิล ๆ พร้อมทั้งเสพงานศิลป์แบบฮิป ๆ เที่ยวชมวิถีชีวิตแบบสโลวไลฟ์ ต้องลองไปเที่ยวปีนังกันสักครั้ง

           ปีนัง เกาะเล็ก ๆ ทางฝั่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมาเลเซีย ดินแดนแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริงของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อดีตปีนังเป็น

ดั่งไข่มุกแห่งเอเชีย

ซึ่งกลิ่นอายแห่งความเจริญรุ่งเรืองภายในอดีตได้ส่งต่อมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน

เมื่อเมืองเก่าแก่มาหล่อหลอมกับวัฒนธรรมสมัยใหม่

ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของนักเดินทางรุ่นใหม่ที่โหยหาอดีต

และอยากมีพื้นที่เล็ก ๆ

เพื่อการใช้ชีวิตแบบเนิบช้าในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต

ปัจจุบันปีนังกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

มีนักเดินทางจากทั่วโลกเข้ามาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย

และสำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเยือนปีนัง วันนี้เรามีที่เที่ยวปีนังมาแนะนำ จะมีที่ไหนบ้างไปดูกัน

1. Camera Museum

           Camera Museum

พิพิธภัณฑ์กล้องถ่ายรูปแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เปิดตัวมาเมื่อเดือนกันยายน ปี 2013 ตั้งอยู่บนถนน Lebuh Muntri

ใจกลางย่านจอร์จทาวน์ เป็นที่เที่ยวสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่ชอบการถ่ายรูป

เพราะที่นี่ได้จัดแสดงกล้องถ่ายรูปไว้มากมายหลากหลายแบบ

บ่งบอกเรื่องราวและวิวัฒนาการของการถ่ายภาพตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

และยังจัดนิทรรศการให้น่าสนใจ โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ

เข้ามาช่วยสร้างสีสันให้การเดินเล่นในพิพิธภัณฑ์ไม่น่าเบื่อ

สามรถเดินเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน

2. วัดเก็กลกสี่ (Kek Lok Si)

ภาพจาก gracethang2 / shutterstock.com

           วัดเก็กลกสี่ หรือชื่อในภาษาอังกฤษเรียกว่า

Temple of Supreme Bliss

เป็นวัดพุทธลัทธิเต๋าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในปีนัง

และยังเป็นวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาอีร์อิตัม (Air Itam) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1891

มีสิ่งที่น่าสนใจ อาทิ หอสวดมนต์ เจดีย์ หอระฆัง และสระเต่า

เที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี

โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีนจะมีการประดับประดาตกแต่งวัดอย่างสวยงามด้วยโคมไฟจีน

มากมาย เป็นความประทับใจที่ปีนังมอบให้กับนักท่องเที่ยว

วัดแห่งนี้สามารถเข้าได้ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม

3. ชุมชนชาวประมงเก่าแก่ (Chew Jetty)

เกาะปีนัง ล้อมรอบไปด้วยทะเล ซึ่งแน่นอนว่าคนพื้นเมืองในอดีตจะมีอาชีพประมงเป็นหลัก โดยปัจจุบันยังคงมีชุมชนชาวประมงเก่าแก่ตั้ง

อยู่ คนท้องถิ่นจะเรียกกันว่า Chew Jetty

ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณจอร์จทาวน์ ใกล้กับ Penang Ferry Terminal

บ้านเรือนต่าง ๆ จะเป็นอาคารไม้เก่าแก่ ผสมผสานกับศิลปะแบบจีน

สามารถเดินเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน มีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก

พร้อมทั้งยังมีบรรยากาศเงียบสงบ

ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้น่าหลงใหล

4. จอร์จทาวน์

ภาพจาก PK.pawaris / Shutterstock.com

ภาพจาก yanatul / Shutterstock.com

           จอร์จทาวน์ (George Town) ไฮไลท์สำคัญของเกาะ

ปีนัง เพราะบริเวณนี้รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนเก่าแก่สวยงามมากมาย

โดยมีสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยุโรป

คล้ายกับบ้านเรือนสไตล์ชิโนโปรตุกีสในจังหวัดภูเก็ต

เสน่ห์ของจอร์จทาวน์ไม่ได้มีเพียงแค่อาคารบ้านเรือนสวย ๆ เหล่านี้เท่านั้น

แต่ยังมีการสอดแทรกงานศิลปะสุดเจ๋งของศิลปินรุ่นใหม่ลงไปที่ผนังเก่า ๆ

ทำให้บ้านเมืองแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น

จิบกาแฟโบราณยามเช้า ได้ใช้ชีวิตแบบเนิบช้าที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

           ทั้งนี้จอร์จทาวน์ได้รับการจดทะเบียนให้เป็น World Heritage Site โดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2008

5. คฤหาสน์เฉิงฟัตเจ๋อ (Cheong Fatt Tze Mansion)

ภาพจาก Attila JANDI / shutterstock.com

           คฤหาสน์เฉิงฟัตเจ๋อ (Cheong Fatt Tze Mansion) หรือคฤหาสน์สีฟ้า (Blue Mantion)

ตั้งอยู่บนถนน Leith ในบริเวณจอร์จทาวน์ด้วยเช่นกัน

เคยเป็นคฤหาสน์เก่าแก่ของเฉิงฟัตเจ๋อ

บุคคลสำคัญในสมัยที่มีการจัดตั้งเขตช่องแคบปีนัง

บ้านมีสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมผสานแบบยุโรป โดดเด่นด้วยสีฟ้าเข้ม มีห้องต่าง ๆ

ทั้งหมด 38 ห้อง จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่มากมาย

และห้องบางส่วนยังปรับเปลี่ยนมาเป็นห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

           ทั้งนี้คฤหาสน์เฉิงฟัตเจ๋อได้รับรางวัล UNESCO?s Most Excellent Project Asia Pacific Heritage Awards ในปี 2000

6. ป้อมปราการคอร์นเวลลิส (Fort Cornwallis)

ป้อมปราการคอร์นเวลลิส (Fort Cornwallis)

เป็นโบราณสถานที่สำคัญของปีนัง

ซึ่งสามารถบอกเรื่องราวในอดีตของปีนังได้เป็นอย่างดี

ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงยุคปี ค.ศ. 1700 โดย Francis Light

โดยมีการตั้งชื่อตามผู้สำเร็จราชการของอังกฤษประจำเมืองเบงกอล คือ ชาร์ล

คอร์นเวลลิส ตัวป้อมปราการมีกำแพงสูงประมาณ 10 ฟุต มีทั้งโบสถ์

คุกขังนักโทษ คลังเก็บดินปืน ปืนใหญ่สำริด และอื่น ๆ

อยู่ในบริเวณของป้อมปราการแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวได้โดยรอบ

ซึ่งจะใช้เวลาแค่เพียง 10 นาทีเท่านั้น

7. ปีนังฮิลล์ (Penang Hill)

  ปีนังฮิลล์ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในปีนัง รู้จักกันดีในนามของ

Bukit Bendera ยอดเขาแห่งนี้มีความสูงประมาณ 833 เมตรจากระดับน้ำทะเล

เป็นจุดชมวิวเมืองปีนังและท้องทะเลโดยรอบที่สวยที่สุด

โดยนักท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปยังด้านบน

มีระยะทางประมาณ 1,996 เมตร

จะมีสถานีย่อยระหว่างทางเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมในจุดต่าง ๆ

ซึ่งก็จะมีบังกะโล โฮมสเตย์ และที่พักขนาดเล็ก

ไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

กระเช้าไฟฟ้าที่ขึ้นไปยังยอดเขาจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.30-23.00 น.

ตรวจสอบราคาได้ที่ penanghill.gov.my

8. วัดเจ้าแม่กวนอิม

           วัดเจ้าแม่กวนอิม ตั้ง

อยู่บนถนน Jalan Masjid Kapitan Keling ในย่านจอร์จทาวน์ สร้างมาตั้งแต่ปี

ค.ศ. 1728 โดยชาวจีนฮกเกี้ยนและชาวจีนกวางตุ้ง

เพื่อบูชาเจ้าแม่กวนอิมที่คอยปกปักรักษาผู้ที่เดินเรือออกทะเลทางไกล

ชาวจีนจะให้ความเคารพนับถือมาก ๆ

โดยเฉพาะในช่วงวันสำคัญจะมีชาวจีนเดินทางมาจากทั่วสารทิศเพื่อมากราบไหว้ขอ

พรเจ้าแม่กวนอิม ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมแบบจีนที่สวยงาม

รวมทั้งการตกแต่งแบบจีนอันเป็นเอกลักษณ์

อีกทั้งยังมีรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิม 18 มือ ที่งดงามตั้งอยู่ภายในวัด

ซึ่งเป็นจุดสำคัญของวัดแห่งนี้

9. Batu Ferringhi Night Market

           สำหรับใครที่ต้องการช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ต้องไม่พลาดไปเดินเที่ยวชมตลาดกลางคืน Batu Ferringhi

ซึ่งจะมีร้านค้าต่าง ๆ มากกว่า 100 ร้านมาขายสินค้าพื้นเมือง

ยาวตลอดประมาณ 1 กิโลเมตร สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นงานหัตถกรรม งานแฮนด์เมด

เหมาะสำหรับการซื้อไปเป็นของที่ระลึกและเป็นของฝาก ตลาดแห่งนี้จะเปิดทุกวัน

ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ไปจนถึงประมาณ 21.00 น.

10. บ้านสกุลคู (Khoo Kongsi)

ภาพจาก R.M. Nunes / shutterstock.com

           บ้านสกุลคู (Khoo Kongsi)

เป็นบ้านเก่าแก่ของชาวจีนฮกเกี้ยนประจำตระกูลสกุลคู สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี

ค.ศ. 1890

โดยมีการเล่าสืบต่อกันมาว่าในสมัยนั้นบ้านหลังนี้มีความสวยงามหรูหราโอ่อ่า

เทียบเท่ากับพระราชวังของจักรพรรดิจีน

ซึ่งทำให้เทพเจ้าเคืองโกรธจนทำให้ไฟไหม้บ้านตั้งแต่วันแรกที่สร้างเสร็จ

และมีการสร้างใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 1902

และตั้งอยู่อย่างโดดเด่นบนเกาะปีนังมาจนถึงปัจจุบัน

          

บ้านหลังนี้มีสถาปัตยกรรมแบบจีน

ตัวบ้านใช้เสาไม้ขนาดย่อมรองรับน้ำหนักของหลังคา

ซึ่งมีกระเบื้องสีแดงเป็นรูปทรงโค้ง ด้านบนหลังคามีรูปสลักมังกร หงส์

สัตว์ในตำนาน รวมทั้งภาพวาดตามตำนานจีนมากมาย

ด้านในบ้านตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และวัสดุอื่น ๆ

ที่มีราคาแพงและมีความประณีตละเอียดอ่อน

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญของปีนังที่ห้ามพลาดเลยเชียว

          

เกาะปีนัง แม้ว่าจะเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ แต่ที่นี่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย

สามารถเที่ยวได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน เดินทางได้ง่ายดายจากกรุงเทพฯ

และที่สำคัญยังมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงอีกด้วย

ใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน และอยากลองใช้ชีวิตแบบช้า ๆ

ปีนังถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่เล่นเลยล่ะค่ะ :)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

thaiembassy.org, thecameramuseumpenang.com, malaysia.travel, visitpenang.gov.my, penang.ws, wonderfulmalaysia.com, cheongfatttzemansion.com, penanghill.gov.my, penang.attractionsinmalaysia.com, penang.ws, khookongsi.com.my



บทความแนะนำ


โครงการจุฬาฯ-ชนบทปีการศึกษา2559การศึกษาข่าวล่าสุดเรือนจำทะเลใสสิปาดันปะการังทรงผมทรงผมสั้นทรงผมประบ่าทรงผมถักเปียดูดวงดวงความรัก