กินเสียงดังกันเถอะ! 5 มารยาทการกินของคนญี่ปุ่นที่ทำให้ต่างชาติต้องประหลาดใจ

ในหลายๆ

ประเทศอาจมองว่าลักษณะการรับประทานอาหารของประเทศญี่ปุ่นดูไร้มารยาท

แต่ในทางตรงกันข้ามมันก็ข้อดีแฝงอยู่เหมือนกัน

วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของประเทศญี่ปุ่นมีความแตกต่างกับประเทศอื่นๆ 

เช่น การใช้ตะเกียบในการกินทุกสิ่งอย่าง

ดังนั้นจึงมีหลากหลายมารยาทการกินที่ไม่ซ้ำใคร

และบางครั้งก็สร้างความประหลาดใจให้กับคนต่างชาติได้เช่นกัน

หมายเหตุ : ต้องบอกก่อนว่าเราเคารพวัฒนธรรมการรับประทานของแต่ละชาติ

และบทความนี้ก็ไม่ได้บังคับว่ามันเป็นกฎที่คุณต้องทำเมื่อไปญี่ปุ่นหรือกินอาหารญี่ปุ่น

เราเพียงแค่นำเสนอความเป็นจริงเรื่องมารยาทการกินในแบบฉบับของญี่ปุ่นเท่านั้น

ดังนั้น ไม่มีดราม่านะจ๊ะ ขอบคุณจ้า... 

1.สูดก๋วยเตี๋ยวให้เสียงดังๆ กันเถอะ

จะก๋วยเตี๋ยว ราเม็ง อุด้ง และโซบะ ไม่ใช่ปัญหา

อย่าลังเลที่จะสูดให้เต็มที่

เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรากำลังเพลิดเพลินกับมื้ออาหาร

ความเป็นจริงอยู่ในวีดิโอโฆษณาราเม็งนี้ ซึ่งมีฉากสูดราเม็งเสียงดัง

(นาทีที่ 00.20) ลองดูสิ

2.แต่คนญี่ปุ่นเค้าไม่เคี้ยวอาหารเสียงดังกันหรอกนะ

มันอาจจะดูขัดแย้งกันก็จริง

แต่คนญี่ปุ่นจะเข้มงวดมากเรื่องการเคี้ยวอาหารเสียงดัง

แม้แต่การเคี้ยวหมากฝรั่งยังทำให้ภาพลักษณ์ดูแย่เลย

จุดสำคัญคือคุณควรปิดปากในขณะรับประทานและเมื่อสูดลมหายใจ

อันที่จริงไม่ใช่แค่เพียงเสียงเคี้ยวอาหารเท่านั้น

แต่คนญี่ปุ่นไม่ชอบเสียงดังใดๆ ก็ตามในขณะรับประทานอาหาร

(ยกเว้นตอนสูดราเม็ง) ตัวอย่างเช่น  เสียงเลีย, เสียงกัด, เสียงกลืน

และเสียงดื่ม...ในขณะรับประทานเราจะต้องเงียบเสียงที่สุด

คนญี่ปุ่นคิดว่าการทำเสียงดังขณะรับประทานอาหารเป็นเรื่องเสียมารยาท

3.คลุกอาหารเข้าด้วยกันไม่ดีนะ

รูปลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับอาหารญี่ปุ่น

ดังนั้นการคลุกเคล้าอาหารในจานเข้าด้วยกันจึงถือว่าเป็นเรื่องเสียมารยาทอย่างยิ่ง

แม้จะเป็นกิวด้ง (ข้าวหน้าเนื้อ) หรือข้าวแกงกะหรี่ก็ตาม

แค่คลุกเคล้านิดหน่อยก็ดูไม่น่าปลื้มแล้ว

อาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมจะไม่ผสมข้าวกับสิ่งอื่นๆ ข้าวก็คือข้าว

และกินกับอาหารอื่นๆ

ดังนั้นคนญี่ปุ่นจะมองคนที่คลุกผสมอาหารในจานว่าอ่อนการอบรมหรือได้รับการสั่งสอนมาไม่ดี

โห! แรงอะ

อย่างไรก็ตามการคลุกเคล้าอาหารในจานมันก็ทำให้กินง่าย

และบางครั้งก็รู้สึกว่าอร่อยมากขึ้นด้วย แต่เอาเป็นว่าเราอยู่ในสังคมโลก

การกระทำบางอย่างอย่าทำในที่สาธารณะจะดีกว่า

4.อย่าปักตะเกียบไว้บนชามข้าว

นี่คือข้อห้ามเลยนะ! เพราะคนญี่ปุ่นจะนึกถึงงานศพขึ้นมาทันที

ชามข้าวที่ปักตะเกียบไว้น่ะเค้าไว้สำหรับเอาไปวางไว้หน้ารูปภาพของคนที่ตายไปแล้ว

เพื่อที่บุคคลนั้นที่อยู่อีกภพหนึ่งจะได้มากิน บรื๊ออออ!!!

เมื่อไม่ได้ใช้ตะเกียบในขณะที่กำลังรับประทานอาหาร ได้โปรดวางตะเกียบไว้ที่ขอบถาดรองหรือวางไว้บนที่วางตะเกียบเถอะนะ พลีสสสส!!!

5.จงถือชามข้าวของคุณไว้

ในวัฒนธรรมตะวันตกจะไม่นิยมถือชามข้าวในขณะที่รับประทาน

ปกติแล้วจะใช้ช้อนเมื่อกินซุป และใช้มีดกับส้อมเมื่อกินเนื้อหรือปลา

อย่างไรก็ตามในขณะที่เราอยู่ในวัฒนธรรมที่ไม่ใช้ช้อน มีด และส้อม

เราจะต้องถือชามเข้ามาใกล้ปากเมื่อรับประทานมิโสะ

เวลากินข้าวก็เช่นเดียวกัน จะอนุญาตให้ถือชามซุปและชามข้าวขึ้นมาได้

รูปร่างของชามอาจทำให้มันโคลงเคลงสักหน่อย...อันนี้ก็ช่วยไม่ได้อะนะ!   

ขนาดของชามไม่เป็นปัญหาเหรอ? : ปัญหามันอยู่ที่การถือชามขนาดใหญ่อย่าง

ราเม็ง กิวด้ง และเท็นด้ง ต่างหากล่ะ ซึ่งคุณควรกินด้วยตะเกียบ

ดังนั้นเพื่อกินซุปหรือข้าวที่อยู่ก้นชามก็ถือขึ้นแล้วเอียงเทเข้าปากเราให้หมด!

และนี่ที่ญี่ปุ่นไม่ถือว่าเสียมารยาท

อีกทั้งยังสามารถเห็นลักษณะการกระทำนี้ได้ในฉากอนิเมะหลายๆ เรื่อง

ทั้งหมดนี้ทำให้ประหลาดใจกันแค่ไหนล่ะ?

อย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้นว่าวัฒนธรรมการกินในแต่ละประเทศนั้นมีความแตกต่างกัน

คนญี่ปุ่นหรือแม้แต่ตัวเราที่เป็นคนไทยก็ไม่รู้ว่าการกินสปาเก็ตตี้ด้วยส้อมและช้อนมันบ่งบอกว่ายังไม่โต

จนกว่าเราจะได้ไปอิตาลี คนอิตาลีใช้แค่ส้อมเท่านั้นเวลากินสปาเก็ตตี้

ที่ญี่ปุ่นยกเว้นร้านอาหารอิตาเลี่ยนหรูๆ แพงๆ แล้ว

ในร้านอาหารอิตาเลี่ยนบรรยากาศชิลๆ

ก็จะเสิร์ฟสปาเก็ตตี้มาพร้อมกับช้อนและส้อม

ซึ่งคนญี่ปุ่นก็ใช้มันทั้งสองอย่างนั่นแหละ

ถึงจะไม่เหมาะสมและถูกต้องตามวัฒนธรรมที่แท้จริง

แต่มันช่วยให้กินได้ง่ายขึ้น

เราไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาเวลาอยู่บ้านเราก็ได้ แต่ถ้าเราไปบ้านเขา อยู่ท่ามกลางสังคมและวัฒนธรรมของเขา บางทีบางสถานการณ์เราก็ต้องปฏิบัติตามวัฒนธรรมของเขานะคะ

ลิงก์ที่มา https://tokyogirlsupdate.com/eating-manners-japan-20160590975.html



บทความแนะนำ


บางแสนชลบุรีที่กินร้านอาหารการเสียดสีง่ามก้นจีสตริงสื่อสารองค์ประกอบภาษาอังกฤษทรงผมทรงผมสั้นทรงผมประบ่าทรงผมถักเปียดูดวงดวงความรัก