12 สิ่งที่ผู้สมหวังโดยแท้จริงเท่านั้นถึงจะเข้าใจ

ความสมหวังอาจดูเหมือนความปรารถนาที่ยากเกินกว่าอธิบายและเป็นแรงขับเคลื่อนของตลาดผู้บริโภค เราทุกคนล้วนมีความปรารถนาที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย ทว่าไม่มีใครที่รู้แนวทางปฏิบัติจริงๆ การที่จะสมหวังได้อย่างแท้จริงคือเราต้องมีความเข้าใจในสิ่งที่จะทำอย่างถ่องแท้ รวมถึงความสมถะเรียบง่ายและมีความรักในสิ่งที่จะทำ และนี่คือ 12 สิ่งที่ผู้สมหวังโดยแท้จริงถึงจะเข้าใจ

1. ความสำเร็จอยู่ที่กระบวนการไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์

ความฝันของคุณเกี่ยวข้องกับการเดินทาง เกี่ยวข้องกับการกระทำ เกี่ยวข้องกับกิจวัตรประจำวันและเรื่องเล็กๆน้อยๆ ชีวิตที่คุณต้องการซ่อนอยู่ท่ามกลางสิ่งที่เรียบง่าย ดังนั้นอย่ามัวไปสนใจแต่บทสรุป

2. ความสุขบางอย่างเท่านั้นที่มีคุณค่าในสังคม

ไม่ใช่ทุกคนที่จะปรบมือให้คุณที่ลาออกจากงานมาเพื่อเปิดร้านกาแฟเพราะมันเป็นสิ่งที่คุณรัก ความสุขที่แท้จริงและมีคุณค่าทางสังคมคือสังคมที่อยู่แล้วสบายใจ อย่าปล่อยให้คนอื่นมาตัดสินความสุขของคุณ อย่าปล่อยให้ความกลัวของคนอื่นมาทำให้คุณหวาดกลัวไปด้วย

3. ความรักและความสำเร็จไม่ใช่ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ไม่มีใครเอาไปจากคุณได้

ผู้ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ทำให้คุณประสบความสำเร็จน้อยลง หากคนอื่นได้รับความรักหรือการสรรเสริญก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ได้รับความรักหรือได้รับการสรรเสริญ อย่าคิดว่าคุณดีไม่เท่าคนอื่น จริงๆคุณอาจจะดีกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ

4. ยิ่งคุณมีความสุขในการตัดสินใจ คุณก็ยิ่งต้องการคนอื่นน้อยลง

ยิ่งคนเรามีความสุขในสิ่งที่ทำก็ยิ่งทำให้ต้องการการสนับสนุนจากคนอื่นน้อยลง

5. เป้าหมายสุดท้ายคือการมองสิ่งที่เรียบง่ายที่สุดเป็นสิ่งที่พิเศษที่สุด

เป้าหมายที่จับต้องได้ เช่น เงิน หนังสือ ตำแหน่งงาน และอื่นๆล้วนเป็นผลิตผลในชีวิต ไม่ใช่เป้าหมายในชีวิต เพราะเป้าหมายคือการเป็นผู้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงต่างหาก

6. คุณไม่ ?จำเป็น? แต่คุณ ?ควร?

คุณไม่จำเป็นต้องไปทำงานแต่คุณควรไปทำงาน คุณไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าแต่คุณควรตื่นเช้า เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มพิจารณาถึงสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ให้สำคัญดั่งหน้าที่ แสดงว่าคุณเริ่มหาประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นมากกว่าที่จะหลีกเลี่ยง

7. ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายและทำได้ดี

นี่เป็นวลีที่ใช้บ่อยแต่ค่อนข้างเข้าใจยาก สิ่งใดที่เป็นของแท้และยอดเยี่ยมมักจะได้มาโดยที่ไม่ต้องพยายาม ยิ่งคุณใส่ความรักและความง่ายดายลงไปมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีคนได้รับจากมันมากเท่านั้น

8. สิ่งใดที่ยังมีอยู่ในชีวิตของคุณนั่นเป็นเพราะคุณหล่อเลี้ยงมัน

ทุกๆการกระทำของคุณได้หล่อเลี้ยงบางอย่างที่อยู่ในร่างกาย ทั้งความปรารถนาที่จะควบคุมทุกสิ่งอย่าง ความรักในหน้าที่การงาน เจตนาร้ายที่มีต่อน้องสาว (ในบ้างครั้ง) ความพึงพอใจในการแต่งงาน ลองถามตัวเองดูว่าคุณหล่อเลี้ยงอะไรบ้างในแต่ละวัน แล้วคุณจะเข้าใจชีวิตมากขึ้น

9. ไม่เกี่ยวกับว่าคุณฟังตัวเองหรือไม่ แต่เกี่ยวกับสิ่งที่คุณฟังมากกว่า

คนส่วนใหญ่แทบไม่เคยฟังสัญชาตญาณของตัวเองเลย ที่แย่กว่านั้นคือพวกเขาเคยฟังแต่มองว่าเป็นความคิดตื้นๆและไม่ถูกต้อง นั่นเป็นเพราะ ?เสียง? เหล่านี้จะแตกต่างกันและให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไป คุณต้องถามตัวเองว่าอะไรคือรากฐานของปฏิกิริยาเหล่านี้ มันมาจากไหนและให้ผลลัพธ์อย่างไรในระยะยาว

10. แม้คุณจะพิสูจน์แล้วว่าคุณตัดสินคนอื่นอย่างเหมาะสมแต่คุณก็ยังผิดอยู่ดี

ไม่สำคัญหรอกว่าคนอื่นจะทำตัวเลวร้ายอย่างไรหรือคุณมีวิธีแก้ไขทำให้สภาพจิตใจทางอารมณ์ของพวกเขาลดลงมาได้หรือไม่ แต่คุณก็ยังมีความผิดอยู่ดีในฐานะที่ตัดสินคนอื่นเพราะนี่ไม่ใช่หน้าที่ของคุณเลย หน้าที่ของคุณคือการสนใจว่าทำไมคุณถึงสบายใจกับการตัดสินคนอื่นแทนที่จะกลัวสิ่งที่พวกเขาจะตัดสินคุณ

11. จิตวิญญาณของคุณรู้วิธีรักษาตัวเอง แค่ปล่อยมันไปก็พอ

การรักษาอารมณ์และจิตใจคือแนวทางการแก้ปัญหา คุณจะพบว่าตลอดชั่วชีวิตของคุณ คุณจะสร้างสถานการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าและบังคับให้ตัวเองจมอยู่กับปัญหาเหล่านั้น นั่นไม่ใช่เพราะคุณอยากทรมานตัวเองแต่เป็นเพราะคุณต้องการอยู่กับปัญหามากกว่า ดังนั้นจงปล่อยไปตามธรรมชาติ มันอาจหยั่งรู้ทุกอย่างมากกว่าจิตใจของคุณ

12. บางทีคุณอาจจะเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าคุณพยายามอย่างหนัก ในที่สุดคุณก็จะเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแน่นอน

ผู้ที่ประสบความสำเร็จพวกเขาไม่เคยคิดว่านี่คือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อเลย นี่คือ ?ความปกติ? ที่กลายเป็นกิจวัตร เป็นความเคยชิน ซึ่งในที่สุดก็จะกลายเป็นแรงผลักดันและเป็นความท้าทายที่ปลุกตัวตนของคุณขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นคุณจะเจอคนที่รัก งานที่ใช่ และคนที่เข้าใจ แม้ว่าคุณจะเคยปฏิเสธเขาหรือเธอในระหว่างทางไปแล้ว

Blogger : Brianna WiestSource : huffingtonpost.com



บทความแนะนำ


ภูเขาสวนผึ้งการศึกษาแต่งงานของชำร่วยรู้สึกแย่พะแพงเอเอฟราชบุรีป่าไม้ทรงผมทรงผมสั้นทรงผมประบ่าทรงผมถักเปียดูดวงดวงความรัก