แจกสูตร 3 เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หวานน้อยแต่อร่อย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

อ่าน 3,068

เดี๋ยวนี้หันไปทางไหน ผู้คนก็จริงจังกับดูแลสุขภาพ

โดยเฉพาะเรื่องของการลดน้ำหนัก ที่มาจากภาวะน้ำหนักเกิน

อันเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรคได้ เช่น โรคหัวใจ ,โรคหลอดเลือดสมอง

,โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้นทั้งนี้ 1 ในเรื่องที่สำคัญ

และกำลังปัญหาสุขภาพของคนไทย คือ พฤติกรรมการบริโภคหวาน

แม้ว่าความหวานจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ใช้ในร่างกาย ซึ่งคนปกติทั่วไป ควรได้น้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม ใน 1 วัน แต่ถ้าบริโภคมากเกินไปก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ดังนั้น การบริโภคน้ำตาลมากๆ ส่งผลให้มีน้ำหนักเกิน อ้วน และทำให้เกิดโรคหรือปัญหาทางสุขภาพตามมาได้

วันนี้เราจึงรวบรวมวิธีทำ 3 เครื่องดื่มหวานน้อย ที่อร่อยสดชื่นแล้วยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย มาฝากค่ะ

1. น้ำมะตูม

มะตูมเป็นสมุนไพรที่ดีอย่างหนึ่ง ที่รู้จักกันแพร่หลาย

สามารถหาซื้อลูกมะตูมอ่อนที่หั่นเป็นแว่นๆ

ตากแห้งขายอยู่ตามร้านขายยาแผนโบราณ หรือตามตลาด

โดยสรรพคุณทางยาของมะตูมนั้น สามารถขับลม บรรเทาอาการท้องผูก

บรรเทาอาการอ่อนเพลีย และจุกเสียด

วิธีการทำน้ำมะตูม

1. ใช้มะตูมอ่อนที่ฝานเป็นแผ่นตากแดดให้แห้ง ล้างน้ำให้สะอาด ใช้สันมีดทุบให้พอแตก เป็นรอยร้าวทั้งลูก

2. ต้มน้ำ 300 มิลลิลิตร ใช้มะตูมแผ่นล้างน้ำ

ปิ้งไฟพอหอมหรือมะตูมลูกที่ทุบให้แตกร้าวใส่ลงหม้อต้ม ประมาณ 10-15 นาที

โดยใช้ไฟปานกลาง

3. ใส่น้ำตาลปริมาณน้ำตาล 15 กรัม ต้มต่อไปจนน้ำตาลละลายดี

ปิดไฟตั้งทิ้งไว้ให้เย็น

เทใส่ขวดน้ำพลาสติกที่ล้างสะอาดแช่เย็นเก็บไว้ดื่มได้

เวลาดื่มใช้ผสมในน้ำแข็ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่มีอากาศร้อนจัด

จะทำให้สดชื่น แก้ร้อนในกระหายน้ำได้ดี บางคนอาจชอบต้มกับน้ำเปล่าๆ

โดยไม่ใส่น้ำตาล ก็เหมือนดื่มน้ำชาสมุนไพรนั้นเอง

ซึ่งสามารถดื่มได้ทั้งขณะอุ่นๆ หรือผสมน้ำแข็งดื่มได้เช่นกัน

2. น้ำผลไม้รวม

ส่วนประกอบ ได้แก่ แครอท เสาวรส มะม่วง และสับปะรด (สามารถดัดแปลงนำผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้)

แครอท มีสรรพคุณมากมาย ช่วยบำรุงสายตา

อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง ขับปัสสาวะ

และอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย

เสาวรส อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ วิตามิน

และไฟเบอร์ ในขณะที่เสาวรส 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 97 แคลอรีเท่านั้น

มีไฟเบอร์สูง จึงสามารถช่วยขจัดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้

อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษในลำไส้ ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ไปได้ในตัว

รวมทั้งช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตให้เป็นปกติได้ด้วย

มะม่วง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย

เริ่มจากวิตามินซีที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ช่วยป้องกันหวัด

และเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งในผลดิบส่วนใหญ่จะมีวิตามินซีสูงกว่าผลสุก

เบตาแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ

จะพบมากในมะม่วงสุกช่วยบำรุงสายตา และป้องกันโรคตาบอดกลางคืน

รวมทั้งวิตามินอีที่ไม่ค่อยพบในผลไม้

แต่มะม่วงก็เป็นหนึ่งในสิบอันดับผลไม้ที่มีวิตามินอีที่จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

สับปะรด มีวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ

ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงช่วยในการย่อยอาหาร

และควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือด

วิธีการทำน้ำผลไม้รวม (ไม่มีน้ำตาล )

1. นำแครอท และสับปะรดมาปั่นละเอียด ส่วนมะม่วงให้แยกเนื้อ

2. ผสมผลไม้ ตามด้วยน้ำเสาวรส และน้ำเปล่า เคี่ยวด้วยความร้อนให้เข้ากัน

เติมเกลือประมาณ 1 ช้อนชา ทั้งนี้

สามารถใส่น้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสหวานและกลิ่นหอมได้

3. น้ำตะไคร้

ตะไคร้ มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส

ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม ลดความดันโลหิตสูง

ช่วยขับปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดี ลดพิษของสารแปลกปลอมในร่างกาย

1. นำตะไคร้ประมาณ 200 กรัม มาหั่นให้เป็นท่อนๆ

2. ต้มตะไคร้พร้อมกับน้ำ 250 มิลลิลิตร รอน้ำเดือดประมาณ 5-10 นาที แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อกันไม่ให้มีเศษตะกอนของใบตะไคร้

3. ใส่น้ำตาลประมาณ 15 กรัม คนให้ละลายเข้า ถ้าชอบรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย

ให้เติมกรดมะนาว เพื่อความชุ่มคอและชื่นใจ แล้วกรองอีกครั้ง ตั้งให้เดือด

1-2 นาที หากกรอกลงขวดพลาสติก ต้องลดให้อุณหภูมิ 68 องศาเซลเซียส

ปิดฝาให้สนิท แล้วจึงแช่เย็น

สำหรับชีวิตประจำวัน ?น้ำเปล่า?

ถือเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุด เพราะไม่มีพลังงาน ปราศจากน้ำตาล

และสารปรุงแต่งต่างๆ โดยจะต้องเป็นน้ำที่สะอาด

ซึ่งน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย ปรับระดับความดันโลหิต ช่วยลำเลียงอาหาร

และออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ช่วยทำให้เซลล์กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างสมบูรณ์

สุขภาพดีสร้างได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ชีวิตให้มีความสมดุล กินหลากหลาย

ลดหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ

เพียงเท่านี้เราก็จะมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือเครื่องดื่มน้ำตาลน้อยทางเลือกเพื่อสุขภาพ

สถาบันค้นคว้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

แผนงานรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวาน และศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร (Resource

Center) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th

http://www.thaihealth.or.th/



บทความแนะนำ


ลีเดียพากินร้านเบเกอรี่ขนมหวานร้านcaferoseร้านอาหารเทคโนโลยีแนนำร้านเด็ดYoutubeพงษ์สิทธิ์คำภีร์แนะนำร้านอาหารWearAndroidเพราะรัก(จึงถึงบ้า)ร้านขนมหวานrosecafeเพลงใหม่ทรงผมทรงผมสั้นทรงผมประบ่าทรงผมถักเปียดูดวงดวงความรัก